fbpx

เพื่อนช่าง และวิศวกร หลายท่านที่ทำงานเกี่ยวกับการติดตั้งระบบไฟฟ้า และหรือการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ก็คงจะเป็นเหมือกัน ที่อ่านมาตรฐาน วสท. เกี่ยวกับการเดินสาย ก็น่าจะพิศวง งงงวยเหมือนกันหมด เพราะต้องมีการอ้างอิงหลายอย่าง หลายปัจจัย หลายสิ่งแวดล้อม 
ที่กล่าวมานี้ ไม่ได้ว่า วสท. นะ เพราะมันมีปัจจัยต่างๆ เยอะจริงๆ ซึ่ง วสท. ก็คงต้องคิดละเอียดๆ เพื่อจะได้ไม่กระทบกับการใช้งานจริง
ทีนี้ปัญหา ก็น่าจะเป็นการนำ มาตรฐานนี้ไปปฏิบัติ ให้ถูกต้องตรงตามที่ วสท. วาดหวังไว้

สำหรับเราที่เป็นผู้รับเหมาติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ส่วนใหญ่ก็จะนำมาตรฐาน ของ วสท. 3 ฉบับมาอ้างอิง ประกอบด้วย

1. มาตฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย ปี พ.ศ.2564  >>> ขอเรียกสั้นๆ ว่า ติดตั้งไฟฟ้า วสท.ปี 64

2. มาตฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย : ระบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา พ.ศ.2565 >>> ขอเรียกสั้นๆ ว่า ติดตั้งSolarRoof วสท.ปี 65

3.มาตฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย : ระบบการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ พ.ศ.2568 >>> ขอเรียกสั้นๆ ว่า ติดตั้งSolarRoofและแบต วสท.ปี 68

 

ทีนี้มาว่ากันต่อในส่วนของการเดินสาย และวัสดุ ใน ท่อร้อยสาย(IMC Conduit) , รางสายไฟ (Wireway) , รางแบบเปิดโล่ง Tray , รางมีรูแบบปิด (Perforated Tray) ซึ่งเรียกรวมๆว่า  Encloser 

 🧐 ก่อนอื่น... ทำความเข้าใจ "พื้นที่สายไฟ" ที่ชอบสับสนกันก่อน

ก่อนจะเอาสายไปยัดลงท่อหรือราง เรามักจะเถียงกันเรื่องขนาดสาย เช่น สั่งสายโซลาร์ (PV1-F ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น H1Z2Z2-K รับได้ 1,500V.) เบอร์ 50 มา ทำไมเอาไม้บรรทัดวัดความกว้าง (OD : Outer Diameter) แล้วมันได้แค่ 14 มิลลิเมตรเอง? ร้านส่งของผิดหรือเปล่า!?

ใจเย็นๆ ครับพี่น้อง! คำว่า "สาย 50" ในทางไฟฟ้า มันคือ 50 ตารางมิลลิเมตร (sq.mm.) มันคือ "พื้นที่หน้าตัดของเนื้อทองแดง" ไม่ใช่ความกว้าง!
ถ้าลองคำนวณกลับ เนื้อทองแดงมันกว้างแค่ประมาณ 8 มิลลิเมตรนิดๆ พอเอาไปบวกความหนาของฉนวน XLPO (ทนกว่า XLPE) ที่ทนแดดทนฝนอีก 2 ชั้น มันเลยกลายเป็นความกว้างรวม (Outer Diameter - OD) ที่ประมาณ 14 มิลลิเมตร... สรุปคือร้านไม่ได้หลอก เข้าใจตรงกันนะ!


สาย H1Z2Z2-K  ขนาด 6 sq.mm. 

จะเห็นได้ว่าขนาด OD ของสาย PV1-F 6 ตร.มม. มีช่วงกว้างตั้งแต่ 5.8 มม. ถึง 7.4 มม. ความแตกต่างเพียง 1.6 มม. นี้ เมื่อนำมาคำนวณพื้นที่หน้าตัด ($A = \pi r^2$) จะส่งผลให้พื้นที่ของสายแปรผันตั้งแต่ 26.42 ตร.มม. ถึง 43.01 ตร.มม. ซึ่งต่างกันเกือบ 63%

มิติของท่อ IMC ขนาด 1 นิ้ว (Trade Size 1"):

  • เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก (OD): ประมาณ 33.2 - 33.4 มม. (1.315 นิ้ว)

  • ความหนาผนังท่อ (Wall Thickness): ประมาณ 2.16 - 2.54 มม.

  • เส้นผ่านศูนย์กลางภายใน (ID): ค่ามาตรฐานสำหรับการคำนวณมักใช้อยู่ที่ 28.04 มม. (1.104 นิ้ว)

  • พื้นที่หน้าตัดภายในท่อ ($A_{total}$):

    Atotal = ¶ x ( 28.04÷2 )²  = 617.5 ตารางมิลลิเมตร 

🛠️ สี่สหายช่องเดินสาย (Enclosures) กฎเหล็กที่ช่างต้องรู้

การเลือกว่าจะร้อยสายลงอะไร ไม่ใช่แค่ดูว่า "ยัดเข้าไหม" แต่มาตรฐาน วสท. เขามองไปถึง "การระบายความร้อน" ครับ มาดูกันว่าแต่ละแบบมีกฎโหดๆ อะไรบ้าง:

1. ท่อโลหะร้อยสาย (Conduit) : กฎ "ห้ามเกิน 40%"

การร้อยสายในท่อ (ตั้งแต่ 3 เส้นขึ้นไป) มาตรฐานบังคับเลยว่า สายรวมกันต้องกินพื้นที่ ไม่เกิน 40% ของพื้นที่ท่อ

ทำไมวะ? เพราะอีก 60% ที่เหลือ เขาเอาไว้ให้คุณมีที่ว่างพอจะ "ดึงสาย" โค้งเข้ามุมโดยที่ฉนวนไม่ขูดกันจนถลอก และเผื่ออากาศไว้ระบายความร้อนนั่นเอง

 

การคำนวณพื้นที่ใช้งานจริง (Allowable Fill Area):

สำหรับท่อ IMC ขนาด 1 นิ้ว ที่มีพื้นที่ภายใน 617.5 ตร.มม. การร้อยสายมากกว่า 2 เส้น (ซึ่งเป็นปกติของวงจรโซลาร์เซลล์ที่มีขั้วบวกและลบหลายสตริง) จะใช้เกณฑ์ 40%

Aallowable = 617.5 x 0.40 = 247.0 ตารางมิลลิเมตร

กรณีศึกษา A: สาย Prysmain (OD = 6.0 มม.)

  • พื้นที่สาย 1 เส้น: ¶ r2   = 3.14 x (3)2  = 28.27 ตร.มม.

  • จำนวนสายสูงสุด: 247.0 ÷ 28.27 = 8.73 เส้น

  • สรุป: ร้อยได้สูงสุด 8 เส้น >>> แต่เราจะใส่เต็มที่ แค่ 6pv+1G เส้น

2. รางวายเวย์ทึบ (Solid Wireway) : กฎ "ห้ามเกิน 20%"

รางเหลี่ยมๆ ทึบๆ 4 ด้าน ที่เราชอบใช้กัน มาตรฐานสับแหลกว่า ห้ามใส่สายเกิน 20% ของพื้นที่ราง! (แปลว่าต้องปล่อยโล่งถึง 80%)

ทำไมโหดจัง? เพราะมันเป็นระบบปิดทึบ ระบายความร้อนได้ห่วยแตกมาก แถมมาตรฐานอนุญาตให้คุณ "ต่อสาย (Splice)" ในรางได้ ซึ่งจุดต่อสายมันจะบวมใหญ่ เขาเลยต้องบังคับให้เหลือพื้นที่ว่างเยอะๆ ไว้ก่อน

3. รางเคเบิลเปิดโล่ง (Open Tray / Ladder) : สวรรค์ของการระบายความร้อน

ถ้าคุณวางสายโซลาร์บนรางเปิดโล่งๆ มาตรฐานไม่ได้สนใจเรื่อง % การบรรจุแล้วครับ แต่แนะนำให้เรียงแบบ "ชั้นเดียวหน้ากระดาน (Single Layer)"

ข้อดีสุดขั้ว: ระบายความร้อนได้ 100% ตัวคูณกระแสแทบจะไม่ตกเลย (Cg = 1.00) สายไฟทนกระแสได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

4. ราง Perforated Tray + "ปิดฝาทึบ" ซึ่งโซล่าฮับ และเพื่อนช่าง ส่วนใหญ่ใช้แบบี้แหล่ะ

นี่แหละคือกับดักของช่างไทย! โรงงานชอบขายรางเจาะรู (Perforated) คู่กับ "ฝาปิดทึบ" ช่างก็หวังดี ซื้อฝามาปิดโชว์งานเนียบๆ แถมกันแดด UV และกันหนูได้ด้วย

ความจริงสุดช็อตฟีล: การเอาฝาทึบไปปิดราง มันคือ "หายนะทางการระบายความร้อน" อากาศร้อนมันเบา มันจะลอยขึ้นบน พอเจอฝาปิด มันก็ติดแหง็ก กลายสภาพเป็น "เตาอบ" ดีๆ นี่เอง

มาตรฐานฟันธง: รางที่เอาฝาทึบมาปิดยาวๆ มาตรฐาน วสท. จะมองว่ามันมีพฤติกรรมความร้อน "เทียบเท่าท่อร้อยสาย (Conduit)" ทันที! ซึ่งมันนำไปสู่บทลงโทษสุดโหดในข้อถัดไป...👇

 

 >>> ยังไม่จบ เรายังต้องมาคำนวณ เกี่ยวกับความร้อน และค่า Derating Factor ที่  ติดตั้งSolarRoofและแบต วสท.ปี 68 กำหนดไว้อย่างละเอียด และมหาโหด กันต่อในตอนต่อไป <<<